HOME The Tutor Home Like  Translation Training Office CONTACT US

เมนู

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 09/04/2010
ปรับปรุง 12/12/2019
สถิติผู้เข้าชม 2,042,913
Page Views 2,931,968
 

SAT ย่อมาจาก Scholastic Aptitude Tests หรือ Scholastic Assessment Tests ซึ่งเป็นการสอบมาตรฐานของเด็ก high school ในอเมริกา เทียบได้กับการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศไทย ผู้ที่จัดสอบ SAT คือ Collegeboard ( http://www.collegeboard.com/ ) อย่างไรก็ดี ยังมีการสอบที่ลักษณะที่คล้ายกันกับ SAT ของเด็กในระดับ middle school ด้วย เช่น PSAT  เป็นต้น มหาวิทยาลัยจะนำคะแนนสอบ SAT นี้ไปเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษา แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีเกณฑ์การใช้คะแนนนี้ต่างกันไป

ชนิดการสอบ

SAT สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภท คือ SAT I(Reasoning Test) และ SAT II(Subject Test)

SAT-I (Reasoning Test)

จะประกอบด้วยข้อสอบ 3 ส่วน โดยแต่ละส่วนจะคิดเป็นคะแนนส่วนละ 800 คะแนน รวมทั้งหมดเป็น 2400 คะแนน ช่วงคะแนนในแต่ละส่วนจะมีได้ตั้งแต่ 200-800 คะแนน

  • Critical Reading นั้นจะมีคำถามอยู่สองชนิด คือ vocabulary part และ reading part ส่วน
  • Math จะเป็นคำถามคณิตศาสตร์ ทั่ว ๆ ไป (ความรู้ประมาณ ม. 3) มีทั้งตัวเลือกและเติมคำตอบในช่อง ( grid)
  • Writing จะประกอบด้วย essay, grammar (error recognition) และ sentence completion

ระดับของศัพท์ที่ใช้ในข้อสอบนั้นจะเป็นคำศัพท์ที่เด็กทั่วไปอาจไม่ค่อยได้ใช้ จึงมีการหาหนังสือและ/หรือสื่อต่างๆช่วยในการเพิ่มคลังคำศัพท์สำหรับการสอบในส่วน verbal(formerly called)

SAT-II (Subject Test)

เป็นการสอบวัดผลทางวิชาการแยกเป็นรายวิชา โดยที่น้อง ๆ จะได้เลือกวิชาที่ต้องการสอบ โดยปกติแล้วการสอบ SAT Subject Test จะสอบกันสองหรือสามวิชา และการสอบจะมี 3 ช่วง แต่ละช่วงคือหนึ่งวิชา สามารถเลือกทำวิชาใดก่อนก็ได้ เนื้อหาของ SATII นั้นครอบคลุมความรู้พื้นฐานของแต่ละวิชาตามที่ได้เรียนช่วงมัธยมปลาย โดยส่วนมากวิชาที่พี่ ๆ ชอบสอบจะเป็นวิชาสายวิทย์ เช่น MathII ( มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะบังคับตัวนี้) Physics หรือ Chemistry หรือ Biology เพราะสามารถทำคะแนนได้ง่ายกว่าวิชาอื่น แต่หากน้อง ๆ นึกสนุก วิชาพวกภาษา หรือประวัติศาสตร์ก็มีให้น้อง ๆ ได้เลือกสรรเช่นกัน ตัวอย่างวิชาที่ให้เลือกสอบ เช่น Math level I, Math level II, Chemistry, Physics, Molecular Biology, Ecological Biology, World History, Listening, etc.

รายละเอียดของข้อสอบ SAT ใหม่
ตามที่ข้อสอบ SAT ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของข้อสอบในเดือนมีนาคม 2005 นั้นรูปแบบของข้อสอบใหม่ประกอบโดยข้อสอบ 8 ประเภทดังนี้

1. Math: Multiple Choice
- เป็นข้อสอบเลขระดับมัธยมปลายโดยมีตัวเลือกให้ 5 ข้อ
- เรียนวิชา Math ของ GMAT ได้ ( GMAT ยากกว่า SAT)

2. Math: Grid-Ins
- เป็นข้อสอบเลขระดับมัธยมปลายโดยไม่มีตัวเลือกให้
- เรียนวิชา Math ของ GMAT ได้

3. Identifying Sentence Errors
- เป็นข้อสอบ Grammar เหมือน TOEFL CBT แต่มีตัวเลือก 5 ข้อ
- เรียนวิชา Error Identification ของ TOEFL ได้ ( TOEFL ง่ายกว่า SAT)

4. Improving Sentences
- เป็นข้อสอบ Grammar และ Style โดยมีตัวเลือก 5 ตัวเลือก
- เรียนวิชา Sentence Correction ของ GMAT ได้ ( GMAT ยากกว่า SAT)

5. Identifying Paragraph Errors
- เป็นข้อสอบ Writing โดยมีตัวเลือก 5 ตัวเลือก
- เรียนวิชา Paragraph ของ TOEFL IBT ได้

6. Essay
- เป็นข้อสอบ Writing
- เรียนวิชา Writing ของ GMAT ได้

7. Sentence Completion
- เป็นข้อสอบ Vocabulary และ Reading โดยผู้สอบต้องเลือกคำศัพท์เติมในช่องว่าง
- สามารถทดแทนด้วยการเรียน Vocabulary และ Reading ของ GMAT ได้
- ผู้เรียนควรท่องศัพท์เพิ่มเติม

8. Reading Comprehension
- เป็นข้อสอบ Reading โดยมีตัวเลือก 5 ตัวเลือก
- เรียนวิชา Reading ของ GMAT ได้

การให้คะแนนในแต่ละส่วน

นักศึกษาจะได้รับคะแนนทั้ง 3 ส่วนคือ การอ่าน วิเคราะห์และวิจารณ์ คณิตศาสตร์ และการเขียน (Critical Reading, Mathematics and Writing) โดยที่แต่ละส่วนจะมีคะแนนในช่วง 200 - 800
 

การสมัครสอบ และตารางสอบ

น้อง ๆ สามารถสมัครสอบ SAT ออนไลน์ได้ที่ www.collegeboard.com โดยที่ตารางสอบและตารางสมัครสอบมีดังนี้ ที่มา: http://www.collegeboard.com/student/testing/sat/calenfees/calenfees2.html
 

http://www.collegeboard.com/

การเตรียมตัวก่อนสอบ

SAT-I

  • Critical Reading น้อง ๆ ควรอ่านหนังสือศัพท์ เช่น Word Smart และฝึกทำ Reading โดยหาตัวอย่างข้อสอบหรือ prep guide เช่น Barron หรือ Princeton Review ( น้อง ๆ จะได้รับหนังสือรวมข้อสอบ SAT เล่มฟ้า ๆ ของ College Board ตอนอยู่ Brewster)
  • Math การเตรียมตัวส่วนนี้ น้อง ๆ ควรฝึกทำโจทย์เลข จากหนังสือสอบ SAT part math หรือ Math II ของ SAT II เพื่อดูศัพท์ทางคณิตศาสตร์ทั่วไป
  • Writing ควรอ่าน Grammar ฝึกทำ Error Recognition และฝึกเขียน 5 paragraphs essay

SAT-II

การเตรียมตัวแต่ละวิชาจะแตกต่างกันไป น้อง ๆ สามารถหาแนวข้อสบมาทำได้จากหนังสือ prep guide ต่าง ๆ ส่วนใหญ่แล้ว พี่ ๆ จะทิ้งหนังสือพวกนี้ไว้ให้อยู่แล้ว และถ้าเป็นวิชาสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เนื้อหาก็จะไม่ยากเกินไปนัก  
คะแนนสอบ SAT ใช้ยื่นสมัครที่ไหนได้บ้าง?
1. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2. หลักสูตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3. หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   
  
 วิศวกรรมยานยนต์
  
 วิศวกรรมนาโน
4. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
5. หลักสูตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
6. หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
7. หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  
 เทคโนโลยีการจัดการ
  
 เทคโนโลยีสารสนเทศ
  
 เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม
  
 วิทยาการคอมพิวเตอร์
8. หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
9. หลักสูตรวิทยาศาสตร์และการบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
10. หลักสูตรนานาชาติกว่า 10 สาขาวิชา มหาวิทยาลัยมหิดล
11. หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลป์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
12. หลักสูตรนานาชาติทุกสาขาวิชา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และอื่นๆ อีกหลายหลักสูตร





ติดต่อเรา














 
  
view