HOME The Tutor Home Like  Translation Training Office CONTACT US

เมนู

 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 09/04/2010
ปรับปรุง 12/12/2019
สถิติผู้เข้าชม 2,042,911
Page Views 2,931,966
 

IELTS (International English Language Testing System)
       คือ การทดสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษสำหรับผู้สนใจศึกษาต่อ หรือรับการฝึกอบรมใน ต่างประเทศ หรือสถานที่ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร คล้ายกับการสอบ TOEFL ซึ่งเป็นการทดสอบระบบ American แต่สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวศึกษาต่อที่ประเทศ Australia, England, New Zealand หรือต่างประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ จะต้องใช้ผลสอบ IELTS หรือ TOEFL อย่าใดอย่างหนึ่งก็ได้ IELTS ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยและบริษัทต่างๆในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ และ สหรัฐอเมริกา สำหรับการสอบ IELTS ผู้สมัครควรมีอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี

 การสอบ IELTS แบ่งเป็น 2 ประเภท ตามวัตถุประสงค์ของผู้เข้ารับการทดสอบ คือ

1. ACADEMIC MODULES เพื่อการศึกษาต่อ เป็นการทดสอบความพร้อมสำหรับผู้ต้องการเรียนต่อในต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ในระดับอุดมศึกษาหรือสูงกว่า ทุกสาขา
2. GENERAL TRAINING เพื่อการฝึกอบรม สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับต่ำกว่าอุดมศึกษา เข้าการฝึกอบรมหรือ ทำงานในต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อสอบจะใช้วัดความรู้ภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐาน และจะไม่ซับซ้อนเหมือนกับผู้ที่ต้องการวัดระดับความรู้เพื่อศึกษาต่อ และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปออสเตรเลีย หรือ นิวซีแลนด์

โดยผู้เข้ารับการทดสอบทั้งสองแบบจะได้รับข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบการฟังและ การพูดฉบับเดียวกัน ส่วนการทดสอบการเขียนและการอ่านจะใช้ข้อสอบคนละแบบ ซึ่งแยกตามวัตถุประสงค์ของผู้เข้ารับการทดสอบ

การสอบ IELTS ใช้ประเมินความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของผู้สมัครสอบอย่างมีประสิทธิภาพใน 4 ทักษะ ได้แก่ การฟัง การอ่าน การเขียน และ การพูด รวมถึงความรู้ทางด้านไวยากรณ์และคำศัพท์ในการใช้ภาษา

IELTS แบบ Academic
1.Listening (30 นาที)
  ->ฟัง 30 นาที (ฟังรอบเดียว) เขียนลงกระดาษคำตอบอีก 10 นาที
  ->คำถามรวม 40ข้อ มีทั้ง choice และเติมคำ (ระวังตัวสะกด)
  ->แยกเป็น 4 part จากง่ายสุดไปยากสุด
        part 1 เป็นเหตุการณ์ทั่ว ๆ ไปในชีวิตประจำวัน หรือการติดต่อแบบง่าย เช่น จองทัวร์ไปเที่ยว, ย้ายบ้านใหม่, การ  นัดหมายเป็นบทสนทนาระหว่างคนสองคนขึ้นไป (ตอบแบบเติมคำ ส่วนใหญ่จะเป็นชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมลล์ ที่อยู่ หรือศัพท์พื้นฐานง่ายๆ)
        part 2 เป็นคนพูด เกี่ยวกับข่าว,เหตุการณ์ต่าง ๆ,ประสบการณ์ชีวิต ฯลฯ (อาจมีทั้งตัวเลือกและเติมคำ)
        part 3 เป็นการสนทนาของบุคคลสองคน ถึงสี่คนเกี่ยวกับ การเรียน การทำงาน ฝึกงาน ฯลฯ เช่น พูดถึงการทำรายงาน,การหางานหลังเรียนจบ
        part 4 เป็นคนพูดคนเดียวเกี่ยวกับเนื้อหาทางวิชาการ (คำตอบส่วนใหญ่เป็นตัวเลือก)


2.Reading (60 นาที)
  ->รวมทั้งหมด 40 คำถาม ใช้เวลาประมาณ 60 นาที
  ->แบ่งออกเป็น 3 part เริ่มจากง่ายไปยากเช่นเดียวกับ listening
  ->มีทั้ง choice, เติมคำ, comprehension, T or F, Y or N, จับคู่ heading กับ paragraph
  ->เป็นบทความทางวิชาการ เช่น ภาษาศาสตร์ แพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยานิพนธ์
อาจนำมาจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ในบทความใช้ศัพท์เฉพาะที่ยากมาก ๆ
อาจใส่กราฟ หรือรูปภาพ ประกอบบทความด้วย


3.Writing
มีเวลาเขียน 2 Task รวม 60 นาที
1.Task-one
  ->เขียน 150 คำ 20 นาที
  ->ให้อธิบายกราฟ,ตาราง ฯลฯ ให้เขียนในรูปแบบรายงาน
  ->มีการเปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่าง รายละเอียด สรุป จุดเด่นที่แตกต่างของภาพ ไม่ต้องเขียนความเห็น
2.Task Two (คะแนนหลักของส่วน Writing)
  ->เขียน 250 คำ 40 นาที
  ->เนื้อหาจะเกี่ยวกับหัวข้อทั่ว ๆ ไป เช่น ระบบการศึกษา, สิ่งแวดล้อม
  ->เขียนความคิดเห็น (discussion essay) เช่น ระบบการเรียนที่โรงเรียน กับการเรียนทางไกล
ทั้งสอง Task จะต้องถูกเขียนแบบภาษาวิชาการ มีรูปแบบที่ถูกต้อง

4.Speaking
  ->สัมภาษณ์สดตัวต่อตัวกับอาจารย์ เลือกสัญชาติไม่ได้
  ->การสัมภาษณ์จะถูกอัดไว้
  ->คะแนนในส่วนนี้มาจาก Fluency, Grammatical, Pronunciation ,Lexical resource
  ->ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที แบ่งออกเป็นสามส่วน
1.Intro & Interview (4-5 นาที)
เป็นการสนทนาทั่ว ๆ ไป เกี่ยวกับครอบครัว การเรียน การทำงาน ฯลฯ
2.Individual long term (3-4 นาที)
มีหัวข้อมาให้ ให้เวลาเตรียมตัว 1 นาที และให้พูดตามหัวข้อนั้นประมาณ 2 นาที (ไม่ต้องกลัวว่าถ้าพูดเกินจะถูกหักคะแนน คนสัมภาษณ์จะบอกเองว่า พอก่อน) อย่าพยายามพูดน้อยกว่า 1 นาทีครึ่ง
3.Two-way discussion (4-5 นาที)
เป็นการพูดรายละเอียด เกี่ยวกับหัวข้อที่เราเพิ่งพูดจบไป เพื่อให้เราได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนั้น ๆลงไป
คะแนนจะออกหลังจากการสอบสองอาทิตย์ ผู้สอบจะได้รับใบรายงานผลสอบแยกเป็น 4 ทักษะ ลักษณะของคะแนนในการสอบจะถูกแบ่งออกเป็น 9 ระดับ โดยเริ่มต้นที่ตั้งแต่ระดับที่หนึ่งไปจนถึงระดับที่เก้า ซึ่งสามารถวัดระดับความรู้ความสามารถ ในการใช้ภาษาอังกฤษของผู้สอบได้อย่างถูกต้อง

9 – expert user 4 – limited user
8 – very good user 3 – extremely limited user
7 – good user 2 – intermittent user
6 – competent user 1 – non-user
5 – modest user

หมายเหตุ การศึกษาต่อในระดับ ป.โท มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ต้องการ 6.5 ขึ้นไป







ติดต่อเรา














 
  
view